อย่าเพิ่งวางชิปเดิมพัน ถ้ายังไม่รู้ 4 เรื่องนี้


อย่าเพิ่งวางชิปเดิมพัน ถ้ายังไม่รู้ 4 เรื่องนี้


การวางเดิมพันหรือ Betting นั้น ไม่เพียงช่วยให้เราสามารถเข้าไปเล่นในรอบลึก ๆ ได้ แต่ทุกเดิมพันที่วางลงไปก็จะส่งผลสิ่งรอบข้างด้วย ไม่ว่าจะเป็นขนาดเงินที่อยู่ใน Pot, โอกาสและความน่าจะเป็นที่จะชนะในเกม, การตัดสินใจของคู่แข่ง ไปจนถึงชิปเดิมพันที่เรามีอยู่ด้วย ดังนั้นการวางเดิมพันโดยไม่มีความรู้ถือว่าเป็นความเสี่ยงอย่างมากในการเล่นโป๊กเกอร์ ซึ่งในวันนี้เราจะพาไปดูกันว่ามีเรื่องไหนบ้างที่เราควรรู้ก่อนวางเดิมพัน เพื่อที่จะมีโอกาสเป็นผู้ชนะกับเขาบ้าง

อย่าเพิ่งวางชิปเดิมพัน ถ้ายังไม่รู้ 4 เรื่องนี้1

ทำไมต้อง Betting ด้วย

ก่อนอื่นเลยเราต้องรู้ว่าทำไมถึงต้องวางเดิมพัน ถ้าตอบคำถามตรงนี้ได้เราก็จะวางเดิมพันได้อย่างเหมาะสมทั้งปริมาณและโอกาสที่อยู่ตรงหน้า แต่ถ้าไม่รู้ว่าจะตั้งคำถามตัวเองยังไง ลองดูเหตุผลทั้ง 3 ข้อต่อไปนี้ว่ามันตรงกับที่เรากำลังคิดเอาไว้หรือไม่ก็พอ

เหตุผลที่ 1 วางเดิมพันเพื่อทำกำไรจากไพ่ที่แข็งแกร่งที่เรามี

หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า Betting for value เป็นการเพิ่มโอกาสทำกำไรด้วยการทำให้ Pot โตขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยการ Call ตามของคู่ต่อสู้ เงื่อนไขสำคัญก็คือเราต้องมีไพ่ที่แข็งแกร่งกว่าอีกฝ่ายด้วย

ยกตัวอย่างเช่น เราถือไพ่ A♥ กับ K♥ Flop ออก A♠ 5♥ และ 10♥ ตรงนี้ถือว่าเรามีไพ่ที่ค่อนข้างแข็งแกร่งมาก เพียงแค่ได้ไพ่ A หรือ K ในรอบ Turn หรือ River หรือแม้แต่ อีกใบ ก็ทำให้มีโอกาสทำกำไรได้มากขึ้น ก็จัดว่าคุ้มค่าที่จะวางเดิมพันลงไป

เหตุผลที่ 2 ป้องกันไพ่ที่แข็งแกร่งของเราแล้วกดดันให้อีกฝ่ายวางเดิมพันเพื่อเข้าไปลุ้นไพ่รอบต่อไป

การได้ไพ่แข็งแกร่งตั้งแต่ช่วง Pre-flop ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีว่าเราจะมีโอกาสชนะเสมอไป เราอาจถูกแซงได้ในช่วง Turn หรือ River ดังนั้นการวางเดิมพันเพื่อป้องกันไพ่ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่นิยมใช้กันเพื่อบังคับให้คู่ต่อสู้ต้องวางเดิมพันมากกว่าเดิมหากต้องการเข้าไปดูไพ่ในรอบถัดไป หรืออาจจะหมอบไปเลยก็ได้

เหตุผลที่ 3 เพื่อเป็นผู้ชนะด้วยไพ่ที่อ่อนแอโดยการกดดันให้อีกฝ่ายหมอบ

น้อยมากที่จะได้เห็นผู้เล่นวางเดิมพันลงไปด้วยเหตุผลนี้ คนที่จะทำแบบนี้ได้สำเร็จจำเป็นที่จะต้องเข้าใจศาสตร์แห่งการ Bluff อย่างแท้จริง และต้องมีปัจจัยต่าง ๆ เกื้อหนุนให้การทำ Bluff นั้นสำเร็จด้วย

ยกตัวอย่างเช่น เราเล่นในตำแหน่งท้าย ๆ แต่ว่าไม่มีไพ่ดี ๆ ติดมือเลย แถมมีโอกาสน้อยมากที่จะติดไพ่ทีหลัง หากว่าผู้เล่นที่อยู่ก่อนหน้าไม่ทำอะไรเลยก็เป็นไปได้ว่าพวกเขาก็มีมือที่อ่อนแอเหมือนกัน จังหวะนี้ถือว่าเป็นโอกาสดีที่จะ Bluff ให้อีกฝ่ายหมอบไปเลย

อย่าเพิ่งวางชิปเดิมพัน ถ้ายังไม่รู้ 4 เรื่องนี้

Bet Size แล้วจะวางเดิมพันแค่ไหนดี

เมื่อรู้เหตุผลที่จะวางเดิมพันกันแล้ว สิ่งต่อไปที่ต้องรู้ก็คือจะวางเดิมพันมากน้อยแค่ไหนดี หากมากเกินไปก็จะมีความเสี่ยงสูง ถ้าน้อยเกินไปก็อาจทำให้ถูกจับทางได้ แต่ที่จริงแล้วขนาดของเดิมพันที่วางลงไปจะมีความสัมพันธ์กับสถานการณ์ในขณะนั้นด้วย โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 3 ขนาดด้วยกันคือ

  • Small Bet (1/2 ของเดิมพันรวม)

ปกติแล้วการตัดสินใจ Small Bet ของผู้เล่นมักจะเกิดขึ้นเมื่อไม่มีใครใช้ประโยชน์จาก Flop ที่ออกมาได้ หรือใช้ได้แต่ก็ไม่มาก ไม่มีไพ่เชื่อม รวมไปถึงรอบ River ที่ไพ่ถูกเปิดครบหมดแล้ว เพราะไม่จำเป็นต้องไปกังวลว่าจะมีใครได้ลุ้นไพ่อีก

ยกตัวอย่างเช่น Flop เปิดออกมาเป็น K♥, 7♦ และ 3♠ รูปแบบนี้แทบจะไม่มีใครได้ลุ้น Flus หรือ Straight เลยแม้แต่น้อย แล้วมันก็ไม่สามารถพัฒนาให้มือของใครแกร่งขึ้นไปได้อีกด้วย ถึงจะยังมีรอบ Turn กับ River แต่ก็มีโอกาสน้อยที่จะ Out-Drawn (แย่งความแข็งแกร่ง) เมื่อเป็นแบบนี้ใช้แค่ Small Bet ก็เพียงพอแล้ว

  • Medium Bet (2/3 ของเดิมพันรวม)

สำหรับการวางเดิมพันด้วย Medium Bet ถือว่าค่อนข้างมีความยืดหยุ่นและซับซ้อนพอสมควร ดังนั้นต้องมาดูว่าสถานการณ์ของเราในรอบนั้นเป็นอย่างไร

ยกตัวอย่างเช่น

    • เราเล่นในตำแหน่ง Cut Off และมีไพ่คู่ J♠, J♥ อยู่ในมือ ผู้เล่นที่อยู่ข้างหน้า 2 คน Call การ Large Bet เข้าใส่ดูจะไม่คุ้ม ดังนั้นการ Medium Bet จะเหมาะกว่า
    • ในกรณีที่เรามี J♠, J♥ แล้ว Flop ออก 10♠, 6♥, 3♦ จะเห็นว่ามันเป็นไพ่ที่เล่นยาก แต่ก็มีโอกาสจะถูกคนอื่น Out-Drawn ในรอบ Turn หรือ River ดังนั้นการ Medium Bet จะช่วยปกป้องไพ่ของเราและลดความเสี่ยงไปพร้อม ๆ กัน
    • หากไปเจอไพ่ที่แข็งแกร่งในช่วง River เช่น เราถือ K♠ กับ 10♦ แล้วกองกลางเป็น Q♠, J♠, 4♥, 6♦ และ A♣ จะเห็นได้ว่าในรอบที่ผ่าน ๆ มามือของเราแข็งแกร่งที่สุดมาตลอดและเราก็ Large Bet มาตลอด แต่ว่าทันทีที่ไพ่ River ถูกเปิดออก ไพ่ของเราอาจเสี่ยงที่จะถูก Out-Drawn จะ Check ก็ทำให้คนอื่นรู้ไพ่ในมือ จะ Large Bet อีกก็เสี่ยงที่จะโดนคู่ A การใช้ Medium Bet จึงเป็นทางเลือกที่ดีว่า
  • Large Bet (มากกว่า 1 เท่าของเดิมพันรวม)

Large Bet ถือเป็นการวางเดิมพันที่ช่วยข่มขวัญคู่ต่อสู้และสร้างความสับสนได้เป็นอย่างดี รวมถึงเป็นเครื่องมือจับผิดพวกชอบ Bluff อีกด้วย อย่างไรก็ตามการใช้ Large Bet จะต้องดูสถานการณ์ที่เหมาะสมด้วย

ในช่วงที่ต้องการปกป้องไพ่ที่แข็งแกร่งจากการขึ้นแซงของคู่แข่งในช่วง Turn หรือ River เช่น เราได้ไพ่ 10♠, 5♥ Flop ออก 10♣, 8♣, 5♦ จะเห็นว่าเราติด Two Pair ไปแล้วตอนนี้ สิ่งที่ต้องทำคือ Large Bet เพื่อกันไพ่ไว้ เพราะมีโอกาสที่คู่ต่อสู้จะติด Flush หรือ Straight ในช่วง Turn – River ได้เหมือนกัน

นอกจากนี้เรายังสามารถใช้ Large Bet ตั้งแต่ช่วง Pre-flop ได้อีกด้วย หากเราได้ไพ่ดี ๆ อย่าง A♣, K♥ ก็สามารถกดดันให้อีกฝ่ายหมอบได้เช่นกัน

Outs เขาคิดกันอย่างไร

ในการ Betting ไม่เพียงแค่ต้องดูสถานการณ์เท่านั้น แต่เรายังต้องรู้จักวิธีการคำนวณ Outs อีกด้วย ซึ่งค่านี้จะช่วยบอกได้ว่ามีไพ่เหลืออีกกี่ใบที่จะช่วยให้มือเราแข็งแกร่งขึ้น เพื่อที่จะไปถึงรอบ Showdown

ยกตัวอย่างเล่น เรามีไพ่ A กับ 3 Flop ออก 7, 9♣ และ K แม้ว่า A จะเป็นไพ่สูงแต่ Flop ก็ไม่ได้ทำให้ไพ่ที่มีแข็งแกร่งขึ้นมาก ต้องไปลุ้น Flush จาก ♥ ในช่วง Turn หรือ River เท่านั้น แต่ถ้าคู่แข่งได้ Full House ขึ้นไปก็จะทำให้เราแพ้ได้เหมือนกัน

จากตรงนี้เราจะเอามาคำนวณ Outs เพื่อหาโอกาสลุ้น ว่ามีโอกาสมากน้อยแค่ไหน โดยคิดจากไพ่ 52 ใบ มี 13 ออกมาแล้ว 4 ใบ (Hand 2 / Flop 2) ดังนั้นจะเหลือ อีก 9 Outs อย่างไรก็ตามนี้เป็นเพียงการคำนวณแบบคร่าว ๆ เท่านั้นเพื่อหาโอกาสที่จะไปถึงรอบ Showdown เท่านั้น

อย่าเพิ่งวางชิปเดิมพัน ถ้ายังไม่รู้ 4 เรื่องนี้

หาความน่าจะเป็นด้วยกฎสองกับสี่

หลังจากเห็น Outs กันไปแล้ว เราก็เอามาต่อยอดเพื่อหาความน่าจะเป็นที่จะชนะ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะช่วยให้เราตัดสินใจง่ายขึ้นว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ หลักการคิดก็ง่าย ๆ คือ ถ้าตอนนี้อยู่ที่รอบ Flop ก็ให้เอา Outs ไปคูณด้วย 4 และถ้าอยู่ในรอบ Turn ก็เอา Outs ไปคูณด้วย 2 ยกตัวอย่างเช่น ในรอบ Flop เราได้ Outs 9 ที่จะติด Flush ก็จะมีโอกาส 9 x 4 = 36% ที่จะติด Flush ในรอบ Turn แต่ถ้าเปิดออกมาแล้วยังไม่ออก Outs เราก็ยังคงเป็น 9 ก็เอาไปเข้าสูตร 9 x 2 = 18% ที่จะติด Flush นั่นเอง

เพิ่มโอกาสชนะด้วยความมั่นใจ

อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าการคำนวณข้างต้นเป็นเพียงการหาความน่าจะเป็นเท่านั้น และการ Betting ด้วยขนาดต่าง ๆ ก็เป็นเพียงกลยุทธ์ที่ใช้แก้สถานการณ์ด้วย ดังนั้นความมั่นใจของผู้เล่นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะผลักดันให้เข้าใกล้คำว่าชนะมากยิ่งขึ้น หรือแม้แต่ช่วยลดความเสียหายก็ทำได้เช่นกัน

เทคนิค Bet-Fold ยังคงใช้ได้เสมอ เมื่อมั่นใจว่าอีกฝ่ายถือไพ่ที่อ่อนกว่าเราสามารถ Betting เพื่อเพิ่มแรงกดดันได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะหมอบหรือจะหลอกล่อให้เติม Pot ก็ได้ หรือถ้าคิดว่าอีกฝ่ายมีไพ่ที่ดีกว่า ยากที่จะสู้ด้วยก็เลือกที่จะ Fold ได้เช่นกัน

×