สุดยอดเทคนิคบริหาร Bankroll สำหรับมือใหม่


สุดยอดเทคนิคบริหาร Bankroll สำหรับมือใหม่


ปัญหาหนึ่งที่มือใหม่หัดเล่นโป๊กเกอร์มักจะเจอกันเป็นประจำกันคือ Bet กันจนลืมดู Bankroll ว่ามีเหลือมากพอที่จะสู้ไปจนถึงรอบ Showdown หรือไม่ บางคงอาจจะ Raise เพลินเกินไปหน่อย บางคนก็ Call กันไปเพราะหวังว่าจะติดไพ่ดี ๆ ใครที่กำลังเจอปัญหานี้อยู่เรามีสุดยอดเทคนิคบริหาร Bankroll สำหรับมือใหม่มาฝากกัน รับรองว่าอ่านแล้วไม่เพียงแค่เข้าใจ แต่สามารถนำไปใช้กันได้จนเห็นผลแตกต่างกันทันที

สุดยอดเทคนิคบริหาร Bankroll สำหรับมือใหม่ 1

6 วิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยให้ Bankroll ไม่พัง

  1. แยกเงินส่วนตัวออกจากเงินสำหรับเล่นโป๊กเกอร์

ปัญหาหลัก ๆ ของนักเล่นมือใหม่เลยก็คือไม่ยอมแบ่งกระเป๋าเงินให้ชัดเจน มักจะเอาเงินไปรวมกันไว้เป็นก้อนใหญ่ ๆ ทั้งที่สิ่งที่ควรทำก็คือการแบ่งเงินสำหรับเล่นโป๊กเกอร์เอาไว้ต่างหาก จะมีมากมีน้อยไม่สำคัญแต่ขอให้แบ่งเอาไว้ก่อน วิธีนี้จะเป็นการฝึกนิสัยการบริหารเงินไม่ให้เอามาใช้มั่ว ๆ จนทุนหายกำไรหด

  1. ไม่เล่นเกินงบ

เมื่อแบ่งเงินออกมาแล้วจะต้องตั้งงบประมาณที่ชัดเจนเอาไว้ด้วย สิ่งนี้จะเป็นเหมือนตัวคอยเบรคไม่ให้เรากระโดดเข้าไปในโต๊ะโป๊กเกอร์ที่เต็มไปด้วย Bet Size สูง ๆ Pot โต ๆ ที่แค่เอาชนะได้ก็รวยแล้ว หรือแม้แต่ Tournament ที่มีเงินรางวัลมากถึงหลักล้านคอยล่อตาล่อใจ เพราะงบที่มีอยู่ยังไม่พอค่าสมัครเลย

การทำแบบนี้จะเป็นตัวช่วยให้เราคิดอยู่เสมอว่าเมื่อเงินไม่พอจะต้องทำอย่างไร จะเอาเงินที่มีอยู่ไปต่อยอดกับเกมไหนวิธีไหนได้บ้าง ซึ่งมันไม่ได้เพียงช่วยบริหาร Bankroll เท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้พัฒนาตัวเองอีกด้วย

  1. อย่าฝืนสู้กับความแปรปรวน

แม้ว่าการฝืนจะเป็นการยกระดับตัวเองให้ก้าวข้ามขีดจำกัด แต่นั่นมันไม่ใช่กับเกมโป๊กเกอร์ ท่ามกลางความหัวร้อน หัวเสีย จากการเล่นเสียตลอดทั้งวันจนขาขึ้นก่ายหน้าผากมันก็ยากที่จะเอาเงินที่เสียไปกลับคืนมาได้ เพียงแค่คิดว่าวันนี้เสียไปมากแล้วน่าจะลงสุดแล้ว เดี๋ยวก็ได้เวลาขาขึ้น

อย่าลืมว่าเมื่อใดก็ตามที่มีอารมณ์ร่วมไปกับเกมก็เท่ากับแพ้ไปครึ่งทางแล้ว เพราะการตัดสินใจของเราจะไม่แม่นยำเหมือนเดิม ยิ่งการเข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ดีก็มีแต่จะพาให้งบหมด ดังนั้นต้องรู้ด้วยว่าจะหยุดตอนไหน หากคิดว่ามันไม่ใช่วันของเราก็หยุดเสียก่อน ออกไปผ่อนคลายให้อารมณ์พร้อม ใจพร้อมสำหรับการเล่นในครั้งต่อไป

  1. เล่นแพงได้ ก็ต้องเล่นถูกให้เป็น

อย่าได้คิดว่าการเล่นโต๊ะที่ราคาถูกกว่าเดิมมันเป็นเรื่องน่าอับอายขายขี้หน้าเป็นอันขาด ตราบใดที่เราเข้ามาเพื่อแสวงหากำไรจากการเล่นโป๊กเกอร์ เมื่อเล่นแพงได้ก็ต้องเล่นถูกให้เป็น ในเมื่อโต๊ะใหญ่ ๆ มันทำให้ Bankroll ของเราลดลงเรื่อย ๆ การถอยกลับมาเล่นโต๊ะที่เล็กกว่าจะช่วยให้เรามีโอกาสสะสมเงินใหม่อีกครั้งจากจำนวนตาที่สามารถเล่นได้มากขึ้น เมื่อถึงเวลานั้นจะกลับไปเล่นโต๊ะใหญ่ก็ไม่สาย

  1. ประเมินผลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ

การเล่นเพียงแค่ให้ได้กำไรไปวัน ๆ ดูเหมือนจะเป็นวิธีการคิดที่ไม่ค่อยเข้าท่ามากนัก หากคุณอยากเป็นนักเล่นโป๊กเกอร์มืออาชีพอย่างจริงจังแล้วล่ะก็ควรจะประเมินตัวเองอยู่ตลอดเวลา รู้ตัวเองว่าเล่นแบบไหนดี เกมไหนที่ถนัด สถานการณ์แบบไหนบ้างที่ส่งผลให้ Bankroll ของเราแย่ลง เมื่อรู้จักตัวเองมองเห็นข้อผิดพลาดก็จะสามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างถูกจุด

  1. มีวินัยในการเติมเงินโป๊กเกอร์

โป๊กเกอร์ก็เปรียบเสมือนการลงทุนอีกรูปแบบ ยิ่งมีทุนน้อยก็ได้รับผลตอบแทนน้อย แต่มีทุนมากโอกาสทำกำไรก็จะมากขึ้น จริงอยู่ว่าการใช้เงินต่อเงินจะช่วยให้เราพัฒนาทักษะต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น แต่การหาเงินจากแหล่งอื่น เช่น ประหยัดค่ากาแฟสักแก้ว แล้วเอามาลงทุนในส่วนนี้เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุนก็เป็นเรื่องที่ไม่เลวเหมือนกัน แต่สิ่งที่ต้องระวังคืออย่าเอาเงินที่จำเป็นต้องกินต้องใช้มาลงทุนเด็ดขาด เพราะการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ

สุดยอดเทคนิคบริหาร Bankroll สำหรับมือใหม่

ความแปรปรวน ศัตรูตัวฉกาจของ Bankroll

ทุกครั้งที่ได้เห็นไพ่อาจทำให้คิดว่าทำไมเราถึงโชคไม่ดีจัง เชื่อหรือไม่ว่าทันทีที่คิดแบบนั้น Bankrollก็สั่นสะเทือนแล้ว เพราะมันหมายความว่าเรากำลังปล่อยให้ตัวเองมีอารมณ์ร่วมไปกับเกม ซึ่งมันจะทำให้การตัดสินใจเราแย่ลงไปด้วย ที่จริงแล้วโป๊กเกอร์มันไม่ใช่เกมแห่งโชคชะตา แต่ว่ามันเป็นเกมที่เราต้องหาวิธีต่าง ๆ มารับมือกับความแปรปรวนทางอารมณ์ของตัวเอง เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างเฉียบคมต่างหาก ซึ่งความแปรปรวนที่ว่ามักจะมาจาก 2 เหตุการณ์หลัก ๆ คือ

  1. Bad Beat

เหตุการณ์ที่ผู้เล่นไม่อยากเจอมากที่สุด และมันถูกนิยามไว้ว่านี่คือเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดจากการที่ไพ่อ่อนแอที่สุด มองหาโอกาสชนะแทบไม่มี กลับมาพลิคล็อคชนะได้ในช่วงท้ายเกม

ยกตัวอย่างเช่น เรามีไพ่คู่ A♥, A♦ คู่ต่อสู้มี A♣, K♥ และ Flop ออก 7♣, J♥, J♠

เห็นไพ่ออกมาแบบนี้เป็นใครก็คิดว่าเราชนะแน่ เพราะมีโอกาสมากถึง 98% มีเพียงแค่อีกฝ่ายได้ไพ่ Q และ 10 เท่านั้นเพื่อที่จะชนะเราด้วย Straight หรือได้คู่ KK เพื่อติด Full House ซึ่งบังเอิญรอบ Turn กับ River ไปออก K ทั้งสองรอบ ทำให้อีกฝ่ายชนะไปด้วย Full House และเราก็แพ้ไปด้วย Bad Beat ที่ไม่ยากเจอ แล้วสิ่งที่ตามมาก็คือความรู้สึกฝังใจในรอบนี้จนไม่มีสมาธิให้กับเกมต่อ ๆ ไป

  1. Downswing

เหตุการณ์นี้จะแตกต่างจาก Bad Beat ตรงนี้เป็นการแพ้อย่างต่อเนื่อง แต่ที่ยังเล่นอยู่คือการฝืนตัวเองทั้งที่จิตตกแถมยังตัดสินใจได้ไม่คมเท่าเดิม อย่างไรก็ตามหากยังอยู่ในระหว่างเกมและเป็นช่วงลงล่ะก็ มีอยู่ 3 สิ่งที่ต้องระวัง นั่นก็คือ

  1. อาการหัวร้อนหรือ Tilt มักจะเกิดตอนที่คิดว่าตัดสินใจถูกแล้วแต่ยังแพ้อีก มันจะทำให้เกิดอาการหงุดหงิด อารมณ์เสีย การตัดสินใจเริ่มแย่ เพราะว่าเล่นตามใจไม่สนกลยุทธ์อะไรทั้งนั้น ทางที่ดีคือควรหาวิธีกลับมาให้มีสภาพพร้อมที่จะเล่นให้เร็วที่สุด
  2. ระวัง Bankrollให้ดี ยิ่งอยู่ท่ามกลางช่วง Downswing ยิ่งต้องคำนวณตลอดว่าเงินที่มีอยู่จะเล่นได้นานแค่ไหน เล่นให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น หรือจะให้ดีก็ถอยไปเล่นโต๊ะที่เล็กกว่าแล้วค่อยกลับมาใหม่เมื่อ Bankrollพร้อม
  3. ระวังสูญเสียความมั่นใจ แม้ว่าจะเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้จากการเจอ Bad Beat ซ้ำ ๆ มันจะเกิดการคิดทบทวนว่าที่ผ่านมาเราตัดสินใจถูกหรือไม่ นั่นคือสัญญาณบอกว่าเรากำลังสูญเสียความมั่นใจถึงได้เกิดคำถามเหล่านั้นขึ้นมา และมันจะทำให้เสียมากยิ่งขึ้นเมื่อเราไม่เดินตามแผนที่วางไว้ ทางที่ดีคือควรมีหลาย ๆ แผนรองรับ แล้วเล่นตามกลยุทธ์ที่วางเอาไว้

การจะเป็นผู้ชนะในเกมโป๊กเกอร์ได้ลำพังแค่ทักษะและกลยุทธ์ไม่เพียงพออย่างแน่นอน เพราะเกมนี้สาระสำคัญอยู่ที่เราจะหาเทคนิคไหนมาเล่นกับจิตใจของอีกฝ่ายเพื่อให้พวกเขาตัดสินใจผิดพลาด ขณะเดียวกันก็ต้องมีวิธีป้องกันตัวเองไม่ให้มีอารมณ์คล้อยตามไปกับเกมด้วย เนื่องจากทุกการตัดสินใจของเราจะส่งผลกับ Bankrollสมอ ดังนั้นอย่าได้อายหากต้องกลับไปเล่นโต๊ะที่เล็กกว่าเดิม เพื่อที่จะเป็นผู้รอดแล้วกลับขึ้นมาเป็นผู้ชนะในโต๊ะใหญ่อีกครั้ง